เที่ยวภูเก็ต แสงอาทิตย์สุดท้ายแห่งตะวัน
 
ทัวร์ทะเล ไปเช้าเย็นกลับ
ทัวร์ภูเก็ต เกาะพีพี เรือใหญ
ทัวร์ทะเล เกาะพีพี ไข่นอก เรือเร็ว
ภูเก็ตทัวร์ ล่องเรือ อ่าวพังงา
ท่องเที่ยวภูเก็ต พายแคนน
เที่ยวภูเก็ต เกาะรายา - เกาะเฮ
ทะเลภูเก็ต เกาะไข่นอก ไข่นุ้ย ไข่ใน
เที่ยวทะเล เกาะไข่นอก ไข่นุ้ย ครึ่งวัน
ภูเก็ต โชว์ภูเก็ตแฟนตาซ
ภูเก็ตท่องเที่ยว รอบเกาะ
ท่องเที่ยว เกาะสิมิลัน ท่าเรือทับละมุด
ท่องเที่ยวทะเล เกาะสิมิลัน ท่าเรือภูเก็ต
เที่ยวทะเล กระบี่ เรือใหญ
ทัวร์ทะเล กระบี่ เรือเร็ว
 
ทัวร์ภูเก็ต แพ็คเกจทัวร์
เกาะไข่นอก - เกาะพีพี - เที่ยวรอบเกาะ
เกาะพีพี ไข่นอก - แคนน
เกาะพีพี ไข่นอก - อ่าวพังงา
เกาะพีพี เรือใหญ่ - อ่าวพังงา
แฟนตาซี - เกาะพีพี ไข่นอก - อ่าวพังงา
อ่าวพังงา - เกาะพีพี ไข่นอก - รอบเกาะ
 
ข้อมูลภูเก็ต
เรื่องราวเกี่ยวกับ ภูเก็ต
ข้อมูล ตำบล ภูเก็ต
ประวัติ เรื่องราว สำคัญ
สถานที่ท่องเที่ยว ภูเก็ต
แหล่งชิมอาหารพื้นบ้าน ภูเก็ต
แหล่ง ซื้อ ของฝาก ภูเก็ต
เรื่องราว ภูเก็ตวันนี้
เรื่องเล่า ตำนาน กล่าวขาน
ภาพถ่าย สถานที่ท่องเที่ยว ภูเก็ต
 

ภูเก็ต

ภูเก็ต »» ข้าวหลามภูเก็ต
................................................................................................................................................................................
เรื่องราวข้าวหลามภูเก็ต

เหนียวหลาม หรือ ข้าวหลาม คนภูเก็ตมักรู้จักแต่ ข้าวหลามบ้านเคียน จริง ๆแล้วข้าวหลามนี้ผลิตมาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อว่า บ้านหินรุ่ย ถ้าเรียกอย่างนี้แล้วน้อยคนนักที่จะรู้จัก แต่หมู่บ้านนี้ทำข้าวหลามกันมาหลายรุ่นแล้ว ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย รุ่นพ่อแม่ จนมาถึงรุ่นลูก แรกเริ่มนั้นจะทำกันเฉพาะในงานประเพณี หรืองานประจำปี เพราะขั้นตอนในการทำนั้นยุ่งยาก และต้องใช้เวลานานกว่า 10 ชั่วโมง จึงออกมาเป็นข้าวหลามให้เรารับประทานกัน

ชาวบ้านหินรุ่ยจะตื่นตั้งแต่ตี 3 รุ่งเช้า จากนั้นนำข้าวเหนียวที่แช่ไว้ตั้งแต่ตอนบ่ายของเมื่อวาน เพื่อที่จะทำให้นิ่มและสุกง่าย นำมาสะเด็ดน้ำออกให้หมด ระหว่างนั้นก็เตรียมน้ำกะทิ ตัดกระบอกไม้ไผ่ ตัดกาบมะพร้าวและใบตองมาทำจุก แล้วก็นำข้าวเหนียวใส่ในกระบอกไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ เทน้ำกะทิ ปิดจุก ทำจนข้าวเหนียวหมด ระหว่างนั้นก็เตรียมไฟสำหรับเผา เมื่อไฟพร้อมก็นำข้าวหลามมาเผา จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วแต่ดินฟ้าอากาศ ถ้าอากาศดี ชั่วโมงครึ่งก็ยกออกจากไฟได้ แต่ถ้าวันไหนฝนตกอากาศชื้น ต้องใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง สังเกตว่า ข้าวหลามเริ่มสุกแล้วจากน้ำกะทิที่เดือดล้นออกมาจากจุก ทิ้งไว้จนน้ำกะทิแห้ง ช่วงนี้ต้องลดไฟลงจนไฟดับ เมื่อน้ำกะทิในกระบอกแห้งแล้วก็เก็บกระบอกออกจากกองไฟ จากนั้นนำมาปอกเปลือกไม้ไผ่ออกให้บางที่สุดเพื่อให้แกะออกมารับประทานได้ง่าย จากนั้นก็เหลาเอาเสี้ยนไม้ไผ่ออก ขั้นตอนสุดท้ายก็นำมาประทับตราสัญลักษณ์ของแต่ละบ้าน เสร็จขั้นตอนทั้งหมดก็เกือบ 10 โมงเช้า ถ้าบ้านไหนมีพ่อค้ามาเหมาก็ไม่ต้องออกไปเร่ขายข้างนอก หากไปขายข้างนอกกว่าจะขายหมดก็ตกเย็น

ปัจจุบันนี้ยังมีชาวบ้านกว่าสิบครอบครัวที่ทำข้าวหลามขายเป็นอาชีพ จนข้าวหลามบ้านหินรุ่ยกลายมาเป็นสินค้า 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ของภูเก็ต แต่ก็น่าคิดเหมือนกันว่ารุ่นต่อไปนั้นจะมีใครมารับช่วงต่อหรือไม่ เพราะจากการเปลี่ยนแปลงไปของสภาพสังคม ประกอบกับความลำบากในขั้นตอนการผลิต อีกทั้งต้นไผ่ที่นำมาทำก็หายากขึ้น ต้นทุนการผลิตสูง อนาคตของข้าวหลามบ้านหินรุ่ย อาจเป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่จะค่อย ๆ เลือนหายไปโดยที่เรา ๆ ท่าน ๆ ไม่รู้ตัวเลยก็เป็นได้