เที่ยวภูเก็ต แสงอาทิตย์สุดท้ายแห่งตะวัน
 
ทัวร์ทะเล ไปเช้าเย็นกลับ
ทัวร์ภูเก็ต เกาะพีพี เรือใหญ
ทัวร์ทะเล เกาะพีพี ไข่นอก เรือเร็ว
ภูเก็ตทัวร์ ล่องเรือ อ่าวพังงา
ท่องเที่ยวภูเก็ต พายแคนน
เที่ยวภูเก็ต เกาะรายา - เกาะเฮ
ทะเลภูเก็ต เกาะไข่นอก ไข่นุ้ย ไข่ใน
เที่ยวทะเล เกาะไข่นอก ไข่นุ้ย ครึ่งวัน
ภูเก็ต โชว์ภูเก็ตแฟนตาซ
ภูเก็ตท่องเที่ยว รอบเกาะ
ท่องเที่ยว เกาะสิมิลัน ท่าเรือทับละมุด
ท่องเที่ยวทะเล เกาะสิมิลัน ท่าเรือภูเก็ต
เที่ยวทะเล กระบี่ เรือใหญ
ทัวร์ทะเล กระบี่ เรือเร็ว
 
ทัวร์ภูเก็ต แพ็คเกจทัวร์
เกาะไข่นอก - เกาะพีพี - เที่ยวรอบเกาะ
เกาะพีพี ไข่นอก - แคนน
เกาะพีพี ไข่นอก - อ่าวพังงา
เกาะพีพี เรือใหญ่ - อ่าวพังงา
แฟนตาซี - เกาะพีพี ไข่นอก - อ่าวพังงา
อ่าวพังงา - เกาะพีพี ไข่นอก - รอบเกาะ
 
ข้อมูลภูเก็ต
เรื่องราวเกี่ยวกับ ภูเก็ต
ข้อมูล ตำบล ภูเก็ต
ประวัติ เรื่องราว สำคัญ
สถานที่ท่องเที่ยว ภูเก็ต
แหล่งชิมอาหารพื้นบ้าน ภูเก็ต
แหล่ง ซื้อ ของฝาก ภูเก็ต
เรื่องราว ภูเก็ตวันนี้
เรื่องเล่า ตำนาน กล่าวขาน
ภาพถ่าย สถานที่ท่องเที่ยว ภูเก็ต
 

เที่ยวภูเก็ต

ภูเก็ต »» ประวัติมัคคุเทศก์ไทย
................................................................................................................................................................................
ประวัติมัคคุเทศก์ไทย

 

กรมพระยาดำรงฯ "พระบิดาของมัคคุเทศก์ไทย"
หากกล่าวถึง “สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ” เชื่อว่าหลายต่อหลายคนคงนึกถึงผลงานของท่านในด้านประวัติศาสตร์ และการบุกเบิกงานโบราณคดี โดยท่านได้ทรงนิพนธ์หนังสือต่างๆที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้มากมาย จนได้รับการยกย่องให้เป็น “พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย”

สำหรับประวัติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพนั้น ทรงเป็นพระโอรส พระองค์ที่ 57 ในสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาชุม พระสนมเอก เมื่อวันเสาร์ เดือน 7 แรม 9 ค่ำ ปีจอ ตรงกับวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2405 สมเด็จพระบรมชนกนาถ พระราชทานนาม พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร สมเด็จพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเริ่มเข้ารับราชกาล เป็นนักเรียนนายร้อยทหารบก กรมนายร้อย เมื่อปี พ.ศ.2418 ได้รับการสถาปนาเป็น กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ เมื่อ วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2442 ในรัชกาลที่ 5 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับราชการในตำแหน่ง นายพลโทราชองค์รักษ์ และเป็นอธิบดีกระทรวงธรรมาธิการ เป็นเสนาบดีกระมรวงมหาดไทย เป็นราชฑูตพิเศษ เสด็จไปยุโรป 1 ครั้ง

ครั้นภายหลังทรงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เลื่อนขึ้นเป็นกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อ วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454 ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ เลื่อนเป็น สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 เป็นอภิรัฐมนตรี และเป็นนายกราชบัณฑิตยสภา เมื่อปี ขาล พ.ศ.2469 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 พระองค์จึงละกิจการทั้งปวงเสด็จไปประทับที่หัวหิน ตามคำแนะนำของแพทย์ และต่อมาอีก 1 ปี ก็เสด็จไป ประทับที่ปีนัง จนกระทั่งเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2485 ก็เสด็จกลับกรุงเทพ ฯ และสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2486 ด้วยพระหทัยหยุดทำงาน รวมพระชนมายุได้ 81 พรรษา

นอกจากสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จะได้รับการยกย่องให้เป็น“พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย” แล้ว พระองค์ท่านยังได้รับการยกย่องให้เป็น"พระบิดาของมัคคุเทศก์ไทย" อีกด้วย เนื่องจากพระองค์ทรงโปรดเสด็จประพาสตามสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทย พร้อมทั้งศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนแสวงหาความรู้เรื่องวิชาการต่างๆ จนได้รับตำแหน่งหน้าที่เป็น Lord Program Maker หรือ ผู้จัดการแผนการเดินทางให้กับพระมหากษัตริย์ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5

เรื่องนี้ทรงเล่าไว้ในเรื่อง “เสือใหญ่เมืองชุมพร” ว่า “เพราะเหตุใด จึงโปรดให้ฉันเป็นผู้จัดการเสด็จประพาส เป็นเรื่องอันหนึ่งในประวัติของฉันเอง จะเล่าฝากไว้ตรงนี้ เมื่อ พ.ศ. 2432 (ร.ศ. 108) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ โปรดให้ฉันไปตามเสด็จเป็นมัคคุเทศก์ มีหน้าที่เป็นต้นรับสั่งกะการประพาสที่ต่างๆ ตลอดทางที่เสด็จไป ฉันสนองพระเดชพระคุณชอบพระหฤทัยสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง แต่นั้นมาจึงทรงพระกรุณาโปรดให้ฉันเป็นผู้จัดการเสด็จประพาส แต่ชอบเรียกกันเป็นคำแผลงภาษาอังกฤษว่า Lord Program Maker ตามเสด็จประพาสต่อมาเป็นนิตย์ จนตลอดรัชกาลที่ 5 และคงอยู่ในตำแหน่งนั้นสืบมาในรัชกาลที่ 6 อีก 3 ปี รวมเวลาที่ได้เป็นผู้จัดการเสด็จประพาสอยู่ 26 ปี จึงพ้นจากหน้าที่นั้น พร้อมกับถวายคืนตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย”

“ถึงรัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้กลับไปจัดการเสด็จประพาสถวายอีกเมื่อเสด็จเลียบหัวเมืองมณฑลพายัพอีกครั้งหนึ่ง และเมื่อเสด็จเลียบหัวเมืองภูเก็ตอีกครั้งหนึ่งจึงอ้างได้ว่า ได้รับราชการเป็นผู้จัดการเสด็จประพาสสนองพระเดชพระคุณมา 3 รัชกาล แต่เมื่อไปตามเสด็จครั้งหลังสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกลับต้องทรงระวังมิให้ฉันเหนื่อยเกินไป เพราะตัวฉันแก่ชราอายุเกือบ 70 ปีแล้ว ก็เป็นครั้งที่สุดซึ่งฉันได้จัดการเสด็จประพาสเพียงนั้น”

ด้วยเหตุนี้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพจึงได้รับสมญานามว่า “พระบิดาของมัคคุเทศก์ไทย” และยังได้สถาปนาเอาวันคล้ายวันประสูติ 21 มิถุนายน เป็น “วันมัคคุเทศก์ไทย”