ประเพณีไหว้เทวดาถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวจีนหรือชาวไทยเชื้อสายจีนในภูเก็ต มักเรียกว่า" โฉ่ยเก้า " เทศกาลนี้นับถอยหลังต่อไปจากวันตรุษจีน 9 วัน ในอดีตช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนของชาวภูเก็ต แตกต่างไปจากส่วนอื่นของประเทศไทย คือนับตั้งแต่วันตรุษจีนไปจนถึงวันที่ 9 ( ทางจันุทรคติ) ไปสิ้นสุดตรงวันสุดท้ายคือ วันไหว้เทวดา ซึ่งตามประเพณีโบราณเล่าต่อกันมาว่า วันนี้เปรียบเสมือนเป็นวันเกิดของเทวดาผู้เป็นใหญ่ นสรวงสวรรค์ ซึ่งทรงพระนามว่า " ยกฮ๋องซ่งเต่ " หรือ " เง็กเซียนฮ่องเต้" เพื่อแสดงความเคราพบูชาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยรักษาผู้คนให้อยู่เย็นเป็นสุข ที่มาของตำนานของวันไหว้เทวดามีส่วนเกี่ยวข้องไม่น้อย กับวิถึชีวิตความเป็นอยู่ของคนจีนในมณฑลฮกเกี้ยนในอดีต คือแผ่นดินจีนนั้นมีการรบกันมาก ตามล้างตามแค้น อยู่มิได้เป็นสุข ผู้คนมีแต่ความหวาดกลัว มีครั้งหนึ่งผู้คนจำนวนมากเข้าไปซ่อนตัวในสวนอ้อย รอคอยกันจนบรรดาพวกฝ่ายตรงข้ามผ่านเลยไป จึงได้ออกมาจากที่หลบซ่อน บังเอิญวันนั้นตรงกับวันที่ 9 นับตั้งแต่วันตรุษจีนเป็นต้นมา จึงนึกถึงบุญคุณของต้นอ้อยที่ช่วยให้รอดชีวิต ผู้คนจึงนำเอาต้นอ้อยมาร่วมบวงสรวงบูชาเทวดา
พิธีใหว้เทวดาจะจัดขึ้นตามศาลเจ้าต่าง ๆ รวมไปถึงตามบ้านเรือน สิ่งสำคัญที่ขาดมิได้ คือ การตั้งโต๊เะไหว้เทวดาฟ้าดิน ที่ประกอบไปด้วย เครื่องเซ่นไหว้ทั้งอาหารคาวหวาน ไม่ว่าเป็น ต้นอ้อย 1 คู่ ระย้า ( โกจี๊ ) 1 คู่ ผลไม้ 5 ชนิด อาหารเจทอดกรอบ 6 ชนิด ขนมถ้วยฟู (ฮวดโก้ย ) ขนมเต่าแดง ( อังกู๊) ขนมหมอนยาว ( อังต๊าน ) น้ำตาลชุด 5 อย่าง ( ง้อซิ่ว ) ขนมหัวล้าน ( อังอี๋) ข้าวเหนียวกวน (บี้โก๊ ) ขนมเข่ง ไข่ต้ม ไก่ หมู ปลา บิดเจี่ยน ( บายศรีของจีน ) เต่เหลียว น้ำชา เหล้าขาว ดอกไม้สด กระดาษทองแผ่นใหญ่ เล็ก และประทัด ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นของมงคลทั้งสิ้น
|