เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของภูเก็ต ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านกะทู้ อำเภอกะทู้ ศาลเจ้าแห่งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของประเพณีถือศิลกินผักของชาวภูเก็ตที่สืบต่อมากระทั่งปัจจุบัน
ตามประวัติในสมัยที่มีชาวจีนเป็นจำนวนมากเข้ามาเป็นกรรมกรเหมืองแร่ในภูก็ตได้เกิดโรคระบาดขึ้น คณะงิ้วจากเมืองจีนที่มาทำการแสดง ที่บ้านกะทู้เกรงว่าอาจเป็นเพราะพวกตนไม่ได้ถือศิลกินผัก ตามที่เคยปฏิบัติกันมาที่ประเทศจีน พวกเขาจึงได้จัดพิธีถือศิลกินผักขึ้น 9 วัน 9 คืน ตามความเชื่อที่มีมา รวมทั้งช่วยกันสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ด้วย หลังจากนั้นโรคร้ายก็หายไป ชาวบ้านกะทู้เกิดความเลื่อมใสจึงศรัธา จัดให้มีพิธีถือศิลกินผักต่อเนื่องกันมา จากนั้นไม่นานประเพณีถือศิลกินผักก็แพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ
ต่อมาหลวงอำนาจนรารักษ์ (ต้นตระกูลตัฒฑเวทย์) ซึ่งเป็นนายเหมืองใหญ่ และเป็นผู้นำชุมชนบ้านกะทู้ได้ส่งคนไปนำเอา " เหี่ยวเอี้ยน " หรือขี้เถ้าธูปและกระถางธูปจากมณฑลกังไส ประเทศจีน มาไว้ที่ศาลเจ้ากะทู้ เพื่อให้พิธีถือศิลกินผักมีความถูกต้องสมบูรณ์ ศาลเจ้ากะทู้ จึงได้ชื่อว่าเป็นจุดกำเนิดของประเพณีถือศิลกินผักของภูเก็ต
ที่ศาลเจ้ากะทู้แห่งนี้นอกจากจะมีกิมซิ้ม หรือรูปเทพเจ้าจีนไว้สักการะบูชาของชาวไทยเชื่อสายจีนอยู่จำนวนมากแล้ว ที่นี่ยังมีรูปปั้น เจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของชาวบ้าน โดยสวมใส่ชุดขาวพระพักตร์เอิมอิ่ม มีการเจิมจุดแดงที่พระนลาฏ พระหัตถ์ขวา ทรงขวดน้ำมนต์ พระหัตถ์ซ้ายอยู่ในท่าประทานพร ทรงยืนบนฐานมังกร ซึ่งนับเป็นประติมากรรมเทพเจ้าจีนที่สวยงามมาก |